วันพุธที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

 Mercedes-Benz SLR



            The Mercedes-Benz SLR รุ่นนี้เป็นตัวแทนความสำเร็จ ของการพัฒนารถสปอร์ต มาตั้งแต่ยุค 1950s SLR racecars เป็นความร่วมมือกันระหว่าง Mercedes-Benz และ McLaren ที่จะแสดงศักยภาพของรถยนต์ SLR และการผนึกกำลังกันของสองค่ายยักษ์ ที่นอกจากสมรรถนะระดับ Formula 1 technology แล้ว ในด้านความปลอดภัยของตัวรถ ก็มีอย่างเต็มเปี่ยมด้วยวัสดุพิเศษ carbon fibre สร้างความโดดเด่นระดับหัวแถว ของบรรดา super car ทั้งหลาย ทำให้คู่แข่งทั้งหลาย ต้องเหลียวมอง


Koenigsegg Agera R



        ถ้าไม่นับ Lamborghini Aventador และ Ferrari FF แล้วละก็ ซุปเปอร์คาร์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในช่วงต้นปี 2011 นี้คงหนีไม่พ้น Koenigsegg Agera R ที่เพิ่งเปิดตัวไปในงาน Geneva Motor Show ที่ผ่านมา ทั้งนี้ก็เพราะรถแต่ละรุ่นจากค่ายนี้จะออกไปในแนวไฮเปอร์คาร์มากกว่าการเป็น ซุปเปอร์คาร์ทั่วๆไปด้วยความแรงและเร็วที่ไม่ธรรมดา ล่าสุด Koenigsegg ได้เปิดเผยรายละเอียดทางเทคนิคทั้งหมดของ Agera R ออกมาเป็นที่เรียบร้อย ด้วยตัวเลขของอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายในเวลาเพียง 2.9 วินาที โดยสามารถทำความเร็วจาก 0-200 ใน 7.5 วินาที และจาก 0 ไปสู่ 200 แล้วกลับมายัง 0 หรือหยุดนิ่งอีกครั้ง ภายในเวลาเพียง 12.7 วินาที! ต้องขอบคุณระบบเบรคคาร์บอนเซรามิคเจาะรูระบายอากาศที่ทำให้รถหยุดนิ่งได้ภาย ในเวลาที่สั้นแบบนี้

         ขุมพลังของ Koenigsegg Agera R เป็นเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.0 ลิตร 1,115 แรงม้าที่ 6,900 รอบ/นาที เมื่อใช้เชื้อเพลิงเป็นเอธานอล E85 แต่หากใช้น้ำมันเบนซิน 98 แล้วกำลังสูงสุดจะลดลงเหลือ 1,050 แรงม้าในขณะที่เบนซิน 95 จะลดลงไปอีกถึง 110 แรงม้า เหลือเพียง 940 แรงม้า ในขณะที่ความเร็วสูงสุดจะอยู่ที่ระดับไม่ต่ำกว่า 420 กิโลเมตร/ชั่วโมง



       นอกจากจะมีอุปกรณ์พิเศษอย่างกล่องใส่สกีที่ติดตั้งบนหลังคาซึ่งเป็น อ็อปชั่นแล้ว ยังมี Agera R อุปกรณ์มาตรฐานต่างๆเช่น ปีกหลังปรับได้ ระบบยกตัวแบบไฮโดรลิค ระบบนำทางผ่านดาวเทียม ระบบ G Sensor ที่ทำให้ผู้ที่อยู่บนรถสามารถสัมผัสกับแรง G หรือ G Force ได้ที่ระดับ 1.6G ในแนวขนานกับพื้นดิน! พรมรองพื้นเป็นวัสดุหนัง และกุญแจรถทำด้วยเงิน ส่วนอ็อปชั่นของรถรุ่นได้แก่ ชุดแต่งบอดี้คาร์บอนไฟเบอร์ ปีกด้านหน้า กล้องมองหลัง เบาะนั่งพร้อมระบบทำความอุ่น ระบบไอเสียจาก Inconel และชุดล้อพร้อมยางสำหรับฤดูหนาว




ประวัติ ผู้แต่ง ( Administrator)

นายทัศวัฒน์ ยุบลพันธ์ 

กำลังศึกษาอยู่ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร 
สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ ภาค กศ.พบ. 31 
รหัส 5530122113335

การสร้าง Blogger นี้ เป็นส่วนหนึ่งของวิชา เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต

  LaFerrari 


       นับจากการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในการขับเคลื่อนให้กับตลาดรถ สปอร์ตตั้งแต่รุ่น 288GTO ในช่วงต้นทศวรรษที่ 1980 นั้น เฟอร์รารี่ยังมีผลผลิตที่ถือว่าเป็น Top of the line ออกมาเขย่าตลาดอย่างต่อเนื่อง และในตอนนี้ ผลผลิตใหม่ได้ถูกเปิดตัวออกมาแล้วกับชื่อ LaFerrari ซึ่งจะเป็นตัวตายตัวแทนของเอ็นโซ่ ซึ่งเคยสร้างความสะท้านใจและเร้าอารมณ์ในการขับเคลื่อนเมื่อ 10 ปีที่แล้ว
     
       LaFerrari ถือเป็นซูเปอร์คาร์คันแรงรุ่นแรกนับจากที่เอ็นโซ่เคยเปิดตัวเมื่อปี 2002 และถือเป็นผลผลิตที่ถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อสานต่อประเพณีในการผลิตตัวแรงแบบ สุดๆ ออกมาทำตลาดอย่างต่อเนื่องนับจากรุ่น 288 GTO ที่ผลิตในช่วงปี 1984-1985 ตามด้วย F40 (1987-1992) F50 (1995-1997) และเอ็นโซ่ (2002-2004)

       
       การเปิดตัวของ LaFerrari มีขึ้นในงานเจนีวา มอเตอร์โชว์ 2013 เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และรู้จักกันในอีกชื่อว่า F70 หรือ F150 เมื่อพูดถึงชื่อโครงการพัฒนา โดยไฮไลต์เด่นของสปอร์ตรุ่นนี้คือ การนำเทคโนโลยีจากสนามแข่ง F1 อย่างระบบ KERS มาประยุกต์ใช้กับรถสปอร์ตที่แล่นบนถนน เช่นเดียวกับการนำข้อมูลจากโปรเจกต์การแข่งขันของตัวแรง FXX มาใช้ในการพัฒนาร่วม
     
       สปอร์ตรุ่นนี้เป็นแบบเครื่องยนต์วางกลางและขับเคลื่อนล้อ หลัง ตัวรถมีความยาว 4,702 มิลลิเมตร กว้าง 1,992 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,665 มิลลเมตร สำหรับรูปลักษณ์ภายนอกได้รับการออกแบบโดย Flavio Manzoni นักออกแบบชาวอิตาเลียนที่เคยฝากผลงานมามากมาย โดยที่มีต้นแบบรุ่นแลนเซีย ฟุลเวียเป็นผลงานชิ้นที่ได้รับความสนใจจากคนทั่วโลก





วันเสาร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2556


Lamborghini Aventador LP-700


          เป็นสปอร์ตที่นักซิ่งไฮโซทั้งหลายพากันตั้งหน้าตั้งตารอ อยากจะเป็นเจ้าของ เป็นสปอร์ตตัวใหม่ของปีนี้อีกด้วย ซึ่งแลมโบร์กินี่ ก็ยังคงความเป็นสปอร์ตที่มีรูปทรงที่เหลี่ยมเน้นทรงเรขาคณิตเหมือนเดิม มาพร้อมกับขนาดใหม่ที่ใหญ่ขึ้น  ใครที่รอคอยรุ่นี้อยู่รีบจองเลยนะครับ เพราะทำมาแค่ไม่กี่คันเท่านั้น ส่วนสีรถก็จะเน้น สีเหลือง ส้ม ดำ เหมือนเดิมครับ ส่วนสีอื่นๆ ก็ต้องสั่งเอาทีหลังครับ

         มาพร้อมกับเครื่องยนต์แบบจัดเต็ม ถึง 700แรงม้า พร้อมกับระบบเกียร์ Inipendent Shifting Rod 7 สปีด ใส่เกียร์กันอย่างมันส์มือ  พร้อมความเร็ว 350 กิโลเมตร ต่อ 1 ชั่วโมง ตามด้วยระบบขับเคลื่อน 4ล้อระบบอิเล็กทรอนิกส์ หากใครต้องการนำสปอร์ตไปแข่งแบบชนะใสๆล่ะก็ แลมโบกินี่ อเวนทาดอร์ แอลพี700-4